วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

กลยุทธ์พื้นฐานเพื่อเพิ่มลูกค้าใน social media


TheSocialWeb1
     ปัจจุบันนี้ บริษัทและองค์กรต่างๆ ได้หันมาใช้ social media ชื่อดังอย่าง Facebook และ Twitter ในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเดิมและ “เรียก”ลูกค้าใหม่ให้กับตัวเอง แต่นั่นอาจเป็นเหตุทำให้ช่องทางดั้งเดิมอย่าง “เว็บไซต์บริษัท” ถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย
     สิ่งสำคัญที่บริษัทต้องการดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ และเพิ่มยอดแทรฟฟิกผ่านช่องทาง social media แต่ที่จะลืมไม่ได้คือ กลยุทธฺพื้นฐานที่สามารถเพิ่ม conversion rates (อัตราการแปลงผู้ชมเป็นลูกค้า) สำหรับแทรฟฟิกที่มีอยู่บนหน้าเว็บไซต์ของตน
     กลยุทธ์ดังกล่าว หากใช้อย่างถูกต้องแล้ว ไม่เพียงจะช่วยเพิ่ม conversion rate และรายได้จากช่องทาง social media แต่ยังช่วยยกระดับให้อยู่เหนือคู่แข่งอีกด้วย
     เว็บไซต์ยังเป็นส่วนสำคัญในการเป็นแหล่งข้อมูล และเป็นพื้นที่ทำธุรกรรม ไม่เกี่ยงว่าลูกค้าจะเข้ามาหาบริษัทจากช่องทางใดก็ตาม (เช่น ลูกค้าอาจเป็นแฟนเพจบนหน้า Facebook แล้วลิงค์ต่อเข้ามาอ่านข้อมูลและทำธุรกรรมบนเว็บไซต์ของบริษัท) เว็บไซต์ของบริษัทเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการเก็บข้อมูลลูกค้า และสามารถช่วยให้แบรนด์บริษัทอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า เสริมภาพลักษณ์ให้ดีกว่าด้วย
กลยุทธ์ทั้ง 5 ประการมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ
1. เข้าใจลูกค้า
     ใส่ใจการเก็บข้อมูลลูกค้า ในแง่ของพฤติกรรมการใช้งานบนเว็บไซต์ หากบริษัทสามารถเก็บข้อมูลที่ลูกค้าสนใจ (โดยดูจากหน้าเพจที่ลูกค้าแต่ละคนเปิดเข้าไปดู) รู้ว่าลูกค้ามองหาอะไร ค้นหาอะไร ไม่ใช่สนใจแค่ว่าลูกค้าซื้ออะไรไป
     ตัวอย่างเช่น คุณอาจจะโชว์รองเท้า Air Jordans รุ่นล่าสุดให้กับลูกค้าที่มีประวัติเปิดหารองเท้ากีฬาไนกี้ ร้านค้าที่ทำโป รโมชั่นโดยตรงแบบนี้จะมียอดสั่งซื้อเป็นเท่าตัว "แบรนด์ยูทิลิตี้"...ตอบโจทย์การค้าดิจิทัล
2. ทำให้เว็บไซต์มีความเกี่ยวข้องกับลูกค้า
     เว็บไซต์ควรปรับข้อมูลหรือข่าวประชาสัมพันธ์ ให้อัพเดตและทันกับ สถานการณ์อยู่เสมอ เช่น ข้อมูลจากโลเคชั่นของลูกค้า หากบริษัทส่งข่าวหรือข้อมูลที่ customize เฉพาะกลุ่ม (เช่น ลูกค้าต่างประเทศได้รับข่าวเกี่ยวกับส่วนลดค่าส่งสินค้า หรือสิทธิประโยชน์ที่มีให้กับลูกค้าทางไกล) จะช่วยจูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อของได้ง่ายขึ้น
     นอกจากนี้ การปรับให้แสดงข้อมูลบนหน้าเว็บเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ตัวอย่างเช่น ลูกค้าที่เข้าหน้าเว็บไซต์ผ่าน Facebook หรืออีเมลข่าว อาจมีความสนใจไม่เหมือนกัน จึงควรแสดงข้อมูลที่ต่างกันเพื่อให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการซื้อและการใช้งาน
3. ใช้ข้อมูล Offline เพื่อเข้าใจ Online
     ร้านค้าต่างๆ ที่มีช่องทางการสื่อสารหลายทาง ที่ได้มีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าของตนเองเอาไว้ สามารถนำมาใช้บนการสื่อสารออนไลน์ได้ เช่น สมมติว่าสาวๆ เชียงใหม่ชอบกระเป๋ายี่ห้อ Coach มากกว่า Longchamp ก็เน้น Coach บน online transaction สำหรับคนเชียงใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่ม conversion rate และ ยอดสั่งซื้อออนไลน์อีกด้วย
4. ทำให้ต่อเนื่อง
     ความต่อเนื่องเป็นหัวใจในการพัฒนาเว็บไซต์ แทรฟฟิคที่มาจากช่องทางภายนอก (เช่น social media) จะเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าได้ง่ายขึ้น หากมีข้อมูลข่าวสารส่งให้แกลูกค้าอย่างต่อเนื่อง (เช่น Twitter followers ได้รับส่วนลด 20%) ให้มีข้อความง่ายๆ ที่ช่วยเน้นย้ำสิ่งที่ลูกค้าสนใจตั้งแต่แรก ซึ่งหลักๆ ก็คือโปรโมชั่น ส่วนลด และสินค้าใหม่ นั่นเอง
5. ทดสอบ ทดสอบ และ ทดสอบ
     การจะรู้ว่าเว็บไซต์นี้มีคนเข้าร่วมจริงหรือไม่ เจ้าของแบรนด์ต่างๆ ควรจะได้ต้องทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อหาและการออกแบบบนเว็บไซต์เหมาะสม และตอบโจทย์ลูกค้าของตน ไม่ว่าจะเป็นข้อความที่จะสื่อกับลูกค้า, การออกแบบปุ่มหรือเลย์เอาท์  ลองใช้เครื่องมือช่วยทดสอบเว็บไซต์เป็นตัวช่วยในการทำการตลาด
ที่มา : Mashable
***************************************
ลองเข้าอบรม eBay ฟรี !! กับคอร์ส
“การขายสินค้าออนไลน์บนเว็บ eBay (เบื้องต้น)"
ที่ eBay Lover Club 
@ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สวนจตุจักร
**เรียนฟรี !! แบบไม่มีข้อผูกมัดใดๆ **
ทุกวันพุธ  เวลา 18:00 - 20:00น.
ทุกวันเสาร์ เวลา 14:00-15:00 และ 18.00-20.00น.
พบกับเนื้อหา
>> ไขข้อข้องใจ กลไกการสร้างรายได้จาก eBay
>> พบกลไกการเปิดโอกาสธุรกิจสู่ตลาดโลกผ่านตลาดออนไลน์
>> นำเสนอหลักการคิด หลักการหารายได้จากธุรกิจออนไลน์
ผ่านเว็บขายของ eBay.com ในขั้นต้น
>> เขียน web ไม่เป็น-ภาษาอังกฤษไม่คล่อง ทำ eBay ได้ง่ายอย่างไร
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
หรือ แจ้งสำรองที่นั่งเรียนอีเบย์ฟรี Free !
ได้ที่ คุณเยาวนิตย์ Tel. 090-8891750

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
อาคารเจเจเอาท์เลท ชั้น 3 ถ.กำแพงเพชร 2, ภาคกลาง, Thailand
สถาบันฝึกอบรมการสร้างธุรกิจส่งออกด้วยระบบออนไลน์แบบครบสูตร ผ่านเว็บขายสินค้า อีเบย์ ด้วยการสอนที่แตกต่าง และเน้นให้ท่านทำได้จริง-เห็นผลเร็ว โดยอาจารย์ผู้ผ่าน certified เป็น Instructor จาก Ebay USA (eBay Education Specialist) รวมถึงทีมอาจารย์ ที่พร้อมจะมาเป็นโค้ชใ ห้คำแนะนำแก่ท่านตลอดการอบรม

บรรยากาศการเรียน

บรรยากาศ workshop

ตารางอบรมสำหรับนักเรียนของ ชมรมคนรักอีเบย์

เนื้อหา ความรู้ และกิจกรรมในช่วงระยะเวลา 6 เดือน

- วันแรกของการเรียน จะเป็นการเรียนรู้แนวคิด และเทคนิคที่สำคัญ เช่น

· เทคนิคการค้นหาสินค้า และการวิเคราะห์หาสินค้าขายดี เมื่อจบวันนี้จะได้รายชื่อสินค้าขายดีจำนวนมาก

· เทคนิคการตั้งราคาสินค้า

· เทคนิคการเขียนคำอธิบายสินค้าให้ถูกใจลูกค้า และติดอันดับดีๆ

· แนวคิดในการดูแลลูกค้า รวมทั้งการจัดการเมื่อเกิดปัญหากับลูกค้า

· Drop Ship เบื้องต้น

· การแก้ไขปัญหาสำหรับการลงทะเบียนเปิดบัญชีต่างๆ

· เมื่อจบวันแรก ผู้เรียนจะได้รายชื่อสินค้าขายดี รวมทั้งแนวคิดและเทคต่างๆ ที่สามารถนำไปเริ่มใช้ได้ทันที

- วันที่ 2 จนกระทั่งครบ 6 เดือน ในช่วงนี้จะเรียกว่าการ Workshop เป็นการเรียนแบบฝึกปฏิบัติจากงานจริง โดยมีทีมงานของอาจารย์คอยให้ทำปรึกษา และช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

· การลงทะเบียนเปิดร้าน, ลงทะเบียน Paypal สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน หรือผู้ที่ติดปัญหาจากวันแรก

· การให้คำปรึกษาในการแก้ไขปัญหาต่างๆ สำหรับบัญชีเก่าที่เกิดปัญหา

· การให้คำปรึกษาในการแก้ไขปัญ Suspend, Limit ในการลงสินค้า

· สอนหรือแนะนำการบรรจุ และห่อสินค้าที่จะจัดส่งให้ลูกค้า

· ให้คำปรึกษาในการจัดส่งสินค้าที่ประหยัดที่สุด สำหรับสินค้าแต่ละชนิด

· เรียนซ้ำ หรือทบทวนเทคนิค หรือแนวคิดต่างๆ ที่ยังไม่เข้าใจในวันแรก

· สอนเทคนิคการถ่ายภาพสินค้าให้สวย

· สอนเทคนิคการตกแต่งรูปภาพ

· กิจกรรมพาทัวร์ซื้อสินค้าเพื่อนำไปลงประมูลขาย สำหรับมือใหม่

· สอนทบทวน Drop Ship เบื้องต้น

· สอนการทำ Drop Ship ขั้นสูง และเทคนิคการหาสินค้าและ Supplier ผู้ผลิตสินค้า

· สอนเทคนิคการโปรโมทสินค้า สำหรับผู้ประกอบการที่นำสินค้าเข้ามาขายภายในประเทศ

· Update เทคนิคหรือความรู้ใหม่ๆ

· การให้คำปรึกษา แก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่านักเรียนทุกคนจะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

ฯลฯ


** ชมรมคนรักอีเบย์ เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 18.00 น. ยกเว้นวันพฤหัสบดี **

ภาคปฏิบัติที่เปิดสอนทุกวัน
10.30 – 12.30 ลงทะเบียน
eBay&PayPal + ซื้อสินค้าชิ้นแรก

13.30 – 15.30 เก็บข้อมูลลูกค้า + Packing

15.30 – 17.30 ลงสินค้าชิ้นแรก + ถ่ายรูป

Calendar Workshop Ebay Lover Club