แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สินค้าeBay แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สินค้าeBay แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

5 หมวดสินค้าที่นักช็อปออนไลน์คลิกซื้อมากที่สุด ในตลาด E-commerce

         โลกอีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้นทุกปี มูลค่าการซื้อขายขยับตัวสูงขึ้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือชาวโลกใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการช็อปปิ้งอย่างไร บทความนี้สรุปคำตอบไว้ให้แล้วพร้อมกับสัดส่วน 5 หมวดสินค้าที่นักช็อปออนไลน์คลิกซื้อมากที่สุด
          ตั้งแต่รูปแบบการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์กำเนิดขึ้นในปี 1979 หรือเมื่อ 34 ปีที่แล้ว การซื้อสินค้าออนไลน์ก็เริ่มเป็นที่ยอมรับและกลายมาเป็นทางเลือกใหม่ในการซื้อสินค้าของผู้บริโภคในปัจจุบัน ตลาด E-commerce ในวันนี้จึงถูกจับตามองจากกลุ่มนักธุรกิจเป็นจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นช่องทางในการซื้อขายสินค้าที่นับได้ว่าทรงอิทธิพลและยิ่งใหญ่ระดับโลก
          ผลสำรวจของเว็บไซต์ Wickedcouchers.co.uk ระบุว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ในหลายประเทศเริ่มหันมาซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันจำนวนผู้ซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ในแต่ละทวีปทั่วโลกมีจำนวนมากกว่า 80% ขึ้นไป ยกเว้นแต่ในทวีปแอฟริกาที่มีจำนวนผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ตามหลังมาเป็นอันดับสุดท้าย โดยมีจำนวนผู้ซื้อสินค้าออนไลน์เพียงแค่ 53% เท่านั้น ซึ่งทิ้งห่างจากอันดับ 1 อย่างเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ที่มีจำนวนผู้ซื้อสินค้าออนไลน์รวมกันสูงสุดเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 87%
          การสำรวจพบว่า สินค้าที่ได้รับความรับความนิยมสูงสุด 5 อันดับแรกในกลุ่มผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ทั่วโลก คือ สินค้าประเภทหนังสือ (44%) รองลงมาเป็นสินค้าประเภทเสื้อผ้า (36%) ตั๋วเครื่องบิน (32%) เครื่องใช้ไฟฟ้า (27%) และการจองที่พักออนไลน์ (26%)

          ตามความคาดหมาย ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์ของคนยุคนี้ คือโซเชียลมีเดีย ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในเวลานี้ทั้ง Facebook หรือ Twitter การสำรวจพบว่าโซเชียลมีเดียเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคสูงถึง 90% ซึ่งในปี 2015 มีการประเมินว่ายอดขายสินค้าในโลกโซเชียลคอมเมิร์ซจะสูงถึง 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

          ข้อมูลทั้งหมดพิสูจน์ให้เห็นว่า E-Commerce ยังคงเติบโตต่อเนื่อง อัตราการเติบโตของยอดขายสินค้าผ่านทางออนไลน์รวมกันทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 19% ต่อปี ซึ่งในอนาคตมีการประเมินว่า ยอดขายสินค้าที่มาจากการซื้อขายออนไลน์ทั่วโลกจะทำสถิติเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมราว 5.7 พันล้านเหรียญสหรัฐเป็นจำนวนกว่า 1.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

CR: thumbsupteam

--------------------- ---------------------- ----------------------
...พบเทคนิค การซื้อ - ขายสินค้า
ใน eBay อย่างไรให้รวย!...
..พบคอร์ส "อบรม อีเบย์ eBay เบื้องต้น" ฟรี!!...

ทุกวันเสาร์ 2 รอบ เวลา 9:00 น. , 14:00 น. 

สถานที่ : ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 อาคารเจเจเอ้าท์เล็ท 
ตรงข้ามห้างเจเจมอลล์ ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน MRT กำแพงเพชร

สำรองที่นั่งด่วน รับจำนวนจำกัด

090-8891750 , 089-1105477

วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

5 นิสัยเสีย ยอดนิยม ของ “คนเกือบรวย”

          เคยรู้สึกมั้ยครับว่าไม่ว่าเราจะขยันหาเงิน เก็บเงิน และปลูกเงินแค่ไหน ต้นเงินของเราก็ไม่ค่อยงอกงามอย่างที่ตั้งใจไว้ซักที กว่าจะหาเงินก้อนหนึ่งได้ก็แสนลำบาก แต่พอหามาแล้วก็จะมีเรื่องให้ต้องใช้เงินทุกที เก็บเงินไม่เคยอยู่เลย

อยากรู้มั้ยครับว่าทำไม?

          จากที่ได้ศึกษาและเฝ้าสังเกตบุคคลหลายประเภท ทั้งที่ประสบความสำเร็จทางด้านการเงินในระดับโลก เช่น Warren Buffett หรือ Donald Trump มหาเศรษฐีและนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในเมืองไทย รวมถึงเพื่อนๆของผมที่มักจะมีปัญหาและบ่นโอดครวญเรื่องเงินกับผมอยู่เรื่อย (และถ้าผมเผลอ มันชอบยืมตังค์ผมด้วยครับ) ผมได้เรียนรู้บทเรียนที่น่าสนใจหลายข้อจากความแตกต่างเหล่านั้น และผมก็กลัวว่าถ้าเก็บไว้ใช้คนเดียวมันจะเน่าเสียก่อน เลยนำมาแบ่งกันให้แฟนๆ Road to Billion ฟัง

5 นิสัยเสียยอดนิยมของพวก “เกือบรวย”

1. ขี้เกียจ ไม่ขวนขวายที่จะเรียนรู้ ไม่ยอมที่จะลงทุนลงแรงในการเสริมเติมความรู้ให้ตัวเอง มักจะบอกกับตัวเองว่า “เราไม่มีเวลา” “ความรู้พวกนี้มันไม่จำเป็นหรอก” หรือไม่ก็ “รู้ไว้แล้วทำอะไรได้??”

2. โลภอย่างไม่มีเหตุผล คนพวกนี้มักจะชอบการพนันเป็นชีวิตจิตใจ อาจจะพนันในหลายรูปแบบตั้งแต่หวย ฟุตบอล หรือแม้กระทั้งเล่นหุ้น อยากรู้ว่าการพนันแตกต่างกับการลงทุนอย่างไรอ่านได้ในบทความนี้ครับ http://on.fb.me/qwtmav

3. บริหารเงินไม่เป็น ชอบใช้ก่อนแล้วค่อยเก็บทีหลัง สุดท้ายก็ไม่มีเงินเหลือเก็บอยู่ดี คนพวกนี้ชอบใช้ของฟุ่มเฟือยและมักชอบซื้อของตามเพื่อน เห็นเพื่อนมี iPhone iPad iPood ไม่ได้ จะรู้สึกอิจฉาตาร้อนและจะหาเหตุผลดีๆในการซื้อของให้ตัวเองอยู่เรื่อย ส่วนตัวผมลองบริหารเงินมาหลายวิธีแล้ว พบว่าวิธีนี้ดีที่สุดเลยครับ http://on.fb.me/mDfB1Y

4. ไม่มีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน คนเหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรกับนักเดินป่าที่ลืมเอาเข็มทิศติดตัวไปด้วย การขาดเป้าหมายก็อาจจะหมายถึงการขาดแรงจูงใจที่ดีพอ คนที่ประสบความสำเร็จทางการเงินนอกจากคนพวกนี้จะมีเป้าหมายที่ชัดแล้ว เค้ายังมีตอบตัวเองได้อย่างฉะฉานอีกด้วยว่า “ทำไมเค้าถึงต้องรวย”  (ไม่ใช่แค่ “อยากรวย” นะครับ คนอยากรวยมีเยอะครับแต่คนที่ “ต้องรวยให้ได้” มีไม่ถึงหยิบมือ) แล้วคุณอยากจะมีเท่าไหร่ครับ? ซักพันล้านพอมั้ยครับ? อ่านคำตอบได้ในนี้ครับ http://on.fb.me/ohuQ1G

5. เป็นคนขี้บ่นและมักชอบต่อว่าคนรวยคนอื่นๆ อยากให้ลองคิดตามครับว่า “ถ้าเราเกลียดแล้วเราจะเป็นคนรวยได้อย่างไรครับ?” สื่อส่วนมาก (โดยเฉพาะละครหลังข่าว) มักจะสร้างภาพให้คนรวยต้องเลว ต้องเป็นนักการเมืองที่โกงเค้ามา หรือไม่ก็เป็นพวกมาเฟียที่ชอบฆ่าปิดปาก สมองของเรารับภาพเหล่านี้เข้ามาเก็บไว้ในจิตใต้สำนึกของเราโดยไม่รู้ตัว ไม่มีใครที่อยากจะเป็นมาเฟียหรือนักการเมืองโกงๆหรอกครับ (ยกเว้นคนบางกลุ่มที่คุณก็รู้ว่าใคร) สมองจะบอกกับเราว่าถ้าอยากเป็นคนดีต้องไม่รวย ถ้ารวยแปลว่าเลว อืม.. แปลกแต่จริง

          ผมต้องยอมรับก่อนเลยว่าผมยังทำสิ่งเหล่านี้อยู่ ในหลายครั้งผมกระทำความผิดมากกว่าหนึ่งข้อ (โดยเฉพาะข้อสุดท้าย) แต่อย่างน้อยการรู้จักตัวเอง รู้ถึงปัญหาและที่มาของมันก็จะทำให้เราสามารถต่อสู้กับนิสัยเสียของ “คนเกือบรวย” เหล่านี้ได้

คุณล่ะครับมีนิสัยเสียๆแบบนี้กันคนกี่ข้อ??

ถ้าอยากจะอ่านเกี่ยวกับจิตวิทยาทางการเงิน การลงทุน และเศรษฐกิจ เข้าอ่านเพิ่มเติมในหน้า Road to Billion ได้นะครับwww.facebook.com/roadtobillion

Credit: Road to Billion / August 23, 2011 at 10:08pm

 

word 40

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ตลาดการค้าใน eBay มีที่ว่างให้คนไทย ได้แข่งขันอยู่อีกหรือ ??

     หลายคนมองว่า  ตลาดการค้าใน ebay มีแต่จีน ซึ่งขายถูกกว่าบ้านเราเยอะ 
และ..คนไทยบางทีก็ขายตัดราคากันเอง สินค้าอาจดูเหมือนกัน แล้วมันจะไปรอดหรือ 
แล้ว.. ยังมีโอกาสแค่ไหน
     ยอมรับส่วนหนึ่งคือคนไทยมักขายตัดกำไรกันเอง จนสุดท้ายอาจตายในตลาดได้ อันนี้ก็ต้องว่าทั้งพฤติกรรมผู้ขาย ทั้งในประเทศและการขายออกต่างประเทศ
.. แต่จากที่ผู้เขียนทำ Ebay มากว่า 2 ปีนี้
.. สินค้าของเราก็ชนกับจีนเยอะ .. แต่ก็ขายได้กำไรเท่าตัว
.. แถมช่วง 1 เดือนมานี้ เปิดตัวสินค้ารายใหม่ ชนกับจีนเป๊ะ แต่ขายเอากำไร 60% up ถือว่าขายแพงกว่าทั้งคนไทยด้วยกันเองและจีนด้วย.. ก็ขายได้มาตลอดค่ะ...
.. มาวันนี้ รายได้ (หมายถึงกำไร ก็หลักแสนแล้วค่ะ)
.. ดังนั้นหากคนไทยเรามัวแต่คิดว่า อันนั้นทำไม่ได้หรอก อันนี้ทำไม่ได้มั้ง
.. อย่าทำเลย เด่วก็จบแบบนั้น แบบนี้
.. ทำไมเราไม่ลองเอาประสบการณ์ที่เห็นมาเป็นบทเรียนในการพัฒนาตนเอง
.. คุณลองมองตอนเกิดน้ำท่วมโรงงาน อิชิตัน
.. ตลาดการขายน้ำชาบรรจุขวด รุนแรงมาก มีหลายยี่ห้อขายในตลาดมาก ยิ่งขาย ก็ยิ่งแข่งกันลดราคาด้วยซ้ำ

.. ถ้าคุณตัน ภาสกร มองแค่ตรงจุดนี้ โรงงานอิชิตัยคงจมยาวไปกับสายน้ำ

.. แต่คุณตันกลับมองเห็นโอกาส แล้ววันนั้นเมื่อปลายปี 54 คุณตัน ตัดสินใจลงเงินใหม่อีกพันล้าน เพื่อสร้างระบบการผลิตมาใหม่ทั้งหมด
.. และตอนนี้เอง ผู้บริโภคต่างหาก ที่กลับได้ผลประโยชน์ จาก 2-3 ค่ายยักษ์ใหญ่แห่งน้ำดื่มชาเขียวบรรจุขวด จากแคมเปญต่างๆ ที่ออกมาค่ะ

     ลองมองอีกกรณีศึกษานึง ก็ได้ สาหร่ายทอดกรอบ เมื่อหลายปีก่อน ไปร้านไหนๆ ตามข้างทาง  เราๆ ท่านๆ ก็เห็นทอดใส่ถุงใสๆ ใบใหญ่บ้าง.. ใส่กระปุกให้ดูดีมีราคาบ้าง  ขายแข่งกันจนไม่รู้จะตัดราคายังไง

.. แต่วันหนึ่ง เด็กผู้ชายที่บ้านอยู่ในสถานะล้มละลาย
ได้ลองกินสาหร่ายทอดที่แฟนสาวซื้อมาฝาก สิ่งที่ผุดขึ้นในหัวของต๊อบเมื่­อเขาได้ลองชิมสาหร่ายทอดบรรจุกระป๋องแบบโอ­ท็อปเป็นครั้งแรก
"อร่อย"
"ซื้อที่ไหนนะ"
"ราคาเท่าไหร่"
"ฝากซื้อกี่กระป๋องดี"
นั่นคือจุดเริ่ม ของสาหร่ายเถ้าแก่น้อย
.. สาหร่ายทำขึ้นมาใน package ใหม่ให้สวย บรรจุให้กรอบนาน
.. ขายในราคาสะดวกซื้อ แล้วไปวางขายในจุดที่สะดวกซื้อของคนส่วนใหญ่
.. สุดท้าย สาหร่ายยี่ห้อนี้ เป็นขนมที่ราคาแพงอันดับต้นๆ ของร้านสะดวกซื้อยี่ห้อนึงของไทย
.. คนไทยรู้จักมากมาย
.. แล่ะนั่นก็คือ ต๊อบ อายุ 26 ปีเป็นเจ้าของแบรนด์สาหร่ายอันดับหนึ่งของ­เมืองไทย เจ้าของมาร์เก็ตแชร์ 85% ของทั้งตลาด หรือเท่ากับยอดขายเหยียบ 1,000 ล้านบาทต่อปี  มีลูกน้องในบริษัททั้งสิ้น 2,000 คน
.. แบรนด์ บรรจุภัณฑ์ กรอบนานในถุงสะดวกซื้อ ในร้านสะดวกขาย รักษาคุณภาพให้โดดเด่น
.. และเมื่อเกิดสาหร่ายเถ้าแก่น้อยขึ้นมา ก็มีสาหร่ายยี่ห้ออื่นๆ ผุดขึ้นมาแข่งขันอีก


.. ต๊อบ อิทธิพัท ก็พัฒนา สินค้าและธุิกิจไม่ให้หยุดนิ่ง  สาหร่ายเถ้าแก่น้อย จึงมีรสชาด และรูปแบบใหม่ๆ
.. จนตอนนี้ต๊อบขยายธุรกิจไปอีกสายหนึ่ง คือ เจ้าของฟาร์มสาหร่ายที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี  เพื่อดึงตลาดในเกาหลีและญี่ปุ่น เข้ามาเป็นของตนเอง

กลับมาที่ ebay บ้างล่ะ
     จากประสบการณ์ที่ขายของใน ebay ถือว่าเราได้ขายของคนกับผู้ซื้อ หรือ ผู้บริโภค ที่อยู่ในประเทศที่ระบบการค้าและมีระบบทุกอย่างเจริญกว่าประเทศกำลังพัฒนาอย่างเรา
.. ลูกค้าบางส่วนที่มีคุณภาพ กลับคัดเลือกที่จะซื้อของที่คล้ายๆ กันแต่ราคาแพงกว่า เพราะเชื่อใจในคุณภาพของสินค้าที่ดีกว่า
.. ของไทย ถ้าขายเอาคุณภาพ .. ขายได้กำไรดี และระยะยาว ได้ตลอดค่ะ
.. เหมือนที่คุณบัณฑิต อึ้งรังษีบอกไว้
.. คนไทย ถ้าพยายามแล้ว ก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก
.. ส่วนของจากจีน ยอมรับค่ะ ดี แต่อาจดีแป๊บเดียว
.. วันนี้โลกการค้าไปต่างประเทศผ่านโลกออนไลน์คุณอาจกลัว
.. แต่ถ้าวันนึง วันที่ตลาดแรงงาน AEC เปิด วันนี้เตรียมตัวปิดประตูอนาคตรายได้จากเงินเดือนประจำได้เลยค่ะ
.. ทุกวันนี้แม้แต่ในตลาดแรงงาน การหางานประจำ ยังต้องแข่งที่ความสามารถและประสบการณ์ หลายที่บีบให้เรามีภาษาที่เก่งขึ้น มีความรู้มากขึ้น ทำงานมากขึ้น รับผิดชอบควบหลายต่ำแหน่งมากขึ้น เพื่อมีโอกาสรับเงินเดือนเพิ่มขึ้น (อีกนิดหน่อย)

.. แต่คนจบปริญญตรีในลาว พม่า เวียดนาม ตอนนี้พูดภาษาอังกฤษคล่องกว่าคนไทยที่ จบ ป.ตรีเยอะเลย แถมมีวิวัฒนาการทำงานมากกว่าคนไทย แต่ยอมรับเงินเดือนน้อยกว่าคนไทย .. ส่วนคนมาเลเซีย สิงคโปร์ ก็น่าจ้าง เพราะคล่องในทุกเรื่อง .. (อันนี้เคยพูดคุยกับระดับผู้บริหารเจ้าของธุรกิจ อย่าง Wandee Panich ) .. ถ้าตลาดเปิด AEC เมื่อไหร่ เค้าพร้อมรับคนทำงานจากประเทศเหล่านี้มากกว่าคนไทย
.. ฉนั้น หากคุณไม่ออกสู่ตลาดโลกในตอนนี้ ยังไงตลาด AEC ก็จะผลักดันให้คุณก้าวออกมา และปรับตัวอย่างแรง เพื่อการอยู่รอดอยู่แล้ว
.. ลองมองง่ายๆ ว่า โลกการค้าออนไลน์ไปยังชาวต่างชาติ ในตอนนี้ เปรียบประหนึ่งให้คุณได้ออกสู่ตลาดโลกล่วงหน้า ก็เท่านั้นเองค่ะ ..
และการทำธุรกิจ หากนิ่งไม่พัฒนา ก็มีแต่รอตอนจบ ไม่ช้าก็เร็ว  .. สินค้าใน ebay ยังมีอีกเยอะค่ะ ที่ให้ทำตลาดค่ะ

ดูกรณีศึกษาของคนไทย ชื่อคุณสายชล
http://www.youtube.com/watch?v=d0ZjcDjl4qg

.. หากมองกรณีของคุณสายชล เป็นกรณีศึกษา แม้ยอดขายใน ebay อาจลดลงบ้าง แต่เธออาจต่อยอดไปเป็นธุรกิจส่งออกเครื่องเงินเต็มตัว.. นี่คือคำว่านิ่งใน eBay แต่พัฒนาต่อยอดไปทางอื่นได้
.. เหมือนดารานักแสดง ที่ต่อยอดไปทำ producer ทำธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสายงานเค้า ..
เหมือนอย่าง อ.ตั๋ง (อดีตนักเรียนของชมรมฯ) ที่ตอนนี้รายได้ก็หลักล้านบาทกว่าๆ ก็ต่อยอดจาการเริ่มต้นทำ ebay .. ไปเป็นเจ้าของธุรกิจนำเข้า-ส่งออก และหันมาทำ dropship พร้อมทั้งมีหน้าร้านใหญ่ บนถนนลาดพร้าว แบบ เต็มตัว (สินค้าที่หน้าร้าน ก็มีสินค้าแนวเดียวกับที่ขยายส่งออก ทั้งใน eBay และ channel อื่นๆ) ..
.. อยู่ที่ว่า คุณจะเริ่มจากยากมาก ไปยาก และยากขึ้น
. หรือ เริ่มจากไม่ยากมาก เช่น eBay ไปเจอสิ่งที่ใหญ่ขึ้นๆ เรื่อยๆ อ่ะค่ะ

credit: ขอบคุณภาพประกอบจาก อิชิตัน, โออิชัน, มาชิตะ, โดโซะ, โอโนริ, คุณตัน ภาสกร, คุณต๊อบ อิทธิพัท และคุณสายชล Silvershake และ ภาพสินค้าขายดีจาก Ebay.com

--------------------- ---------------------- ----------------------
...พบเทคนิค การซื้อ - ขายสินค้า
ใน eBay อย่างไรให้รวย!...
..พบคอร์ส "อบรม อีเบย์ eBay เบื้องต้น" ฟรี!!...

ทุกวันเสาร์ 2 รอบ เวลา 9:00 น. , 14:00 น. 

สถานที่ : ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 อาคารเจเจเอ้าท์เล็ท 
ตรงข้ามห้างเจเจมอลล์ ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน MRT กำแพงเพชร

สำรองที่นั่งด่วน รับจำนวนจำกัด

090-8891750 , 089-1105477

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

การคำนวณต้นทุน ขายสินค้าใน eBay


การคำนวณต้นทุน การขายในอีเบย์มี 2 แบบ

การขายแบบ BID นั้น จะมีค่า ธรรมเนียม 3 อย่างมาเกี่ยวข้อง
1. ค่า insertion fee อันนี้ เรียกเก็บตามมูลค่าสินค้าที่ลง ถือเป็นค่าวางสินค้าหน้า eBay
2. ค่า eBay Final Value fee อันนี้เรียกเก็บตามที่ราคาขายสุดท้ายเราลงไป ซึ่งหมายรวมทั้งค่าสินค้าและค่าขนส่ง รายการ เช่นราคาขาย 10USD ค่าขนส่ง 5USD ดังนั้นลูกค้าจะต้องโอนค่าสินค้าให้เราเป็นเงิน 15USD ดังนั้น Final value fee ประมาณ 9-10% จากมูลค่า 15USD นี้
3. ค่า Paypal fee ประมาณ 3% อันนี้ เป็นค่าธรรมเนียมที่ทาง paypal เรียกเก็บจากยอดการขายต่อ 1 รายการ เช่นราคาขาย 10USD ค่าขนส่ง 5USD ดังนั้นลูกค้าจะต้องโอนค่าสินค้าให้เราเป็นเงิน 15USD ดังนั้น paypal ก็คิดค่าธรรมเนียมจากตรงราคานี้ค่ะ

     ส่วนที่หลายๆ คนจะได้รับข้อความแจ้งจาก message จาก eBay ว่ามีค่าลงสินค้า free จำนวน 50 listing นั้น มันคือโปรโมชั่นค่ะ ถ้าใครลงสินค้ารายการที่ 51 (เป็นต้นไป) แบบประมูล คุณก็ต้องเสียค่าธรรมเนียม Insertion fee ตามอัตราส่วนค่ะ

การคำนวณต้นทุนแบบ BIN / fix price
     ผู้ขายแบบ new seller account จะสามารถขายแบบ BIN ได้ เมื่อมีดาวโชว์ตรง DSR (detail seller rating) นะคะ   ซึ่งการขายแบบนี้ แบ่งเป็น 2 แบบดังนี้
1. ขาย BIN แบบที่ยังไม่เปิด store ซึ่ง eBay จะคิดค่า insertion fee รายการละ 0.50USD หรือประมาณ 15บาท 
2. ขาย BIN แบบที่เปิด Store ซึ่ง มีค่าแพ็คเก็จเปิด store ต่างหาก แต่ค่า Insertion fee จะเป็น 0.20USD 
แต่การขายแบบ BIN ก็มีค่า Fee มาเกี่ยวข้อง 3 ส่วน
1. ค่า Insertion fee ตามที่อธิบายด้านบนค่ะ
2. ค่า Final Value Fee ซึ่งคิดจาก Price + Shipping เช่น Price = 10USD และ shipping = 5USD ดังนั้นค่า final value fee จะคิดจาก 15USD เป็นฐาน
3. ค่า paypal fee
     ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะลงขายสินค้าแบบ BID หรือ แบบ BIN ก็ต้องเจอค่าธรรมเนียมเหมือนกันทั้งนั้น ซึ่งนั่นก็คือ สิ่งที่ อ.โจ และเหล่าโค้ชของชมรมคนรักอีเบย์ มักพร่ำบอกกับนักเรียนว่าการทำ data mining หรือ advance search นั้นสำคัญมาก เพราะหากเราขายสินค้าที่เราอยากขาย แต่คนซื้อใน ebay ไม่อยากซื้อ 
** ก็เท่ากับว่าเราลงขายแบบเสียค่าธรรมเนียมฟรีๆ แถมเสียเวลาอีกต่างหาก
พบกับวิธีการคิดคำนวณค่าธรรมเนียมทั้ง ebay และ paypal ได้ที่นี่ค่ะ
http://ebayloverclub.blogspot.com/2012/10/ebay.html

ที่มา : http://www.facebook.com/eBayLover


***************************************
--------------------- ---------------------- ----------------------
...พบเทคนิค การซื้อ - ขายสินค้า
ใน eBay อย่างไรให้รวย!...
..พบคอร์ส "อบรม อีเบย์ eBay เบื้องต้น" ฟรี!!...

ทุกวันเสาร์ 2 รอบ เวลา 9:00 น. , 14:00 น. 

สถานที่ : ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 อาคารเจเจเอ้าท์เล็ท 
ตรงข้ามห้างเจเจมอลล์ ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน MRT กำแพงเพชร

สำรองที่นั่งด่วน รับจำนวนจำกัด

090-8891750 , 089-1105477

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สินค้าประหลาด ที่ขายใน eBay

9 สินค้าประหลาด ที่ขายอยู่ใน eBay ใครที่ชอบสะสมของแปลก หรือมีสะสมไว้ ลองเอามาขายดูสิค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่า อีเบย์ ขายได้ทุกอย่างจริงๆ

1. เท้าของทหาร

มันคือเท้าของทหารที่โดนตัดในขณะที่ติดเชื้อระบาด ในยุคสงครามกลางเมือง แต่มันโดนสต๊าฟเอาไว้แล้ว ราคา $39.99 เค้าบอกว่าราคานี้รวมค่าจัดส่งแล้ว

2. กระดาษชำระหน้าโอบาม่า

หากคุณต้องการกระดาษที่ไม่เหมือนใคร เราของเสนอกระดาษชำระหน้าโอบาม่า ราคาไม่แพงเท่าไหร่แค่ $5.94 เท่านั้น

3. โมเดลเป็ด

ทีคุณนี้มันเป็นโมเดลเป็ด แต่มันคือลูกเป็ดของจริงต่างหากล่ะ มองๆไปมันอาจดูธรรมดาๆ แต่ทายสิราคาเท่าไหร่ … ก็ไม่เท่าไหร่หรอก แค่ $21.50 เท่านั้นเองจ้า

4. คาถาวูดู

คาถาวูดูเป็นคาถาที่มีความศักดิ์สิทธิ์ สำหรับคนที่กำลังมองหาความรัก หรือให้คนต้องมนต์ หรือทำเพื่อการแก้แค้น ต้องรีบหาซื้อเลย เพราะมันจะทำให้คุณสมหวังทุกประกาศ (ที่ประเทศเค้าเชื่อกันแบบนั้น) ไม่แพงด้วย แค่ $8.87

5. ขวด

มันไม่มีอะไรจริงๆ เป็นเพียงแค่ขวดที่อัดลมตดเข้าไปก็แค่นั้น แต่ราคานี้สิแพงเอาเรื่องอยู่ ราคาถึง $27.52 เชียว แล้วใครล่ะจะกล้าซื้อไปดมชมชอบกับกลิ่นตด ??

6. แหวนปีศาจผีสิง

ไม่รู้ผีสิงในแหวนจริงหรือเปล่า แต่ราคามันไม่ใช่เล่นเลย มีราคาถึง $165 เชียว เค้าว่ากันว่ามันมีพลังอำนาจด้านมืดที่คุณสามารถใช้งานมันได้

7. ตัวอ่อนของปลาฉลาม

จริงๆแล้วมันก็คือ ปลาฉลามเด็กนั้นเอง โดยคนขายจับปลาที่ตายแล้วมาดอง เพื่อรักษาสภาพของผิวหนังเอาไว้ ราคาอยู่ที่ $42.99

8. กางเกงในยักษ์ของแกรนนี่

เท่าที่เคยเห็นมา มันคือกางเกงในที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ราคาอยู่ที่ $14.99 เมื่อคุณใส่มันเรารับประกันเสียงหัวเราะเลยว่าเกิน 100% แล้วคุณละสนใจสินค้าชิ้นนี้หรือเปล่า

9. ตุ๊กตาผีสิง

ผู้ขายอ้างว่า ตุ๊กตาตัวนี้มีวิญญาณเด็กสิงอยู่ มันเคยเป็นของเด็กออทิสติกคนหนึ่ง และถูกทิ้งไว้ในบ้านถึง 7 ปี ราคาอยู่ที่ $24.95

ที่มา : teen.mthai

***************************************
ลองเข้าอบรม eBay ฟรี !! กับคอร์ส
“การขายสินค้าออนไลน์บนเว็บ eBay (เบื้องต้น)"
ที่ eBay Lover Club 
@ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สวนจตุจักร
**เรียนฟรี !! แบบไม่มีข้อผูกมัดใดๆ **
ทุกวันพุธ  เวลา 18:00 - 20:00น.
ทุกวันเสาร์ เวลา 14:00-16:00 และ 18.00-20.00น.
พบกับเนื้อหา
>> ไขข้อข้องใจ กลไกการสร้างรายได้จาก eBay
>> พบกลไกการเปิดโอกาสธุรกิจสู่ตลาดโลกผ่านตลาดออนไลน์
>> นำเสนอหลักการคิด หลักการหารายได้จากธุรกิจออนไลน์
ผ่านเว็บขายของ eBay.com ในขั้นต้น
>> เขียน web ไม่เป็น-ภาษาอังกฤษไม่คล่อง ทำ eBay ได้ง่ายอย่างไร
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
หรือ แจ้งสำรองที่นั่งเรียนอีเบย์ฟรี Free !
ได้ที่ คุณเยาวนิตย์ Tel. 090-8891750

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

รู้เขารู้เรา....ก่อนเข้าสู่ AEC (ภาษานั้นสำคัญหนักหนา ชาติอื่นเรียนภาษาเรา แต่เรากลับยังเท่าเดิม)


     นับจากนี้ไปอีก 3 ปี คือในปี พ.ศ 2558   ก็จะถึงห้วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ของ 10 ประเทศในภูมิภาคอาเซี่ยน  เพราะจะเป็นปีที่ประเทศไทยและประเทศอื่นๆ อีก 9 ประเทศในภูมิภาคอาเซี่ยนรวมกลุ่มกันทางเศรษฐกิจเป็น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยน (ASEAN Economic Community : AEC)  แต่ถ้าไล่ถามกันจริงๆ แล้วทุกวันนี้จะมีคนไทย เด็กไทย หรือแม้แต่ SMEs ไทยสักกี่รายที่รู้ว่า AEC คืออะไร  และการเป็นสมาชิก AEC จะถือเป็นโอกาสหรือเป็นภัยต่อ SMEs ไทยกันแน่


ผลจากการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซี่ยน (AFTA) ของประเทศในกลุ่ม ASEAN ทั้ง 10 โดยอาเซี่ยนจะรวมตัวเป็น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยน (ASEAN Economic Community) หรือ เรียกย่อว่า “AEC”   ซึ่งจะก่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของ แรงงาน เงินทุน สินค้า และบริการ อันเป็นปัจจัยการผลิตทั้งสี่   จุดมุ่งหมายเพื่อให้อาเซี่ยนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน    รวมถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
จากปี พ.ศ  2558 เป็นต้นไป การเข้าเมืองของแรงงาน(คน) เงินทุน  การค้าขายด้วยเงินสกุลต่างๆ ของอาเซี่ยนจะทำได้โดยไม่มีข้อจำกัด จะสามารถซื้อขายหุ้นข้ามชาติได้อย่างเสรีนอกจากนี้ในด้านตลาดบริการก็จะไม่จำกัดขอบเขตของการแข่งขันบริการ ซึ่งในภาพรวมจะทำให้เกิดผลดี  คือทำให้ราคาลดลง    ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น  รวมถึงความร่วมมือในด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน เพื่อลดอุปสรรคทางด้านการค้า การลงทุน ให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้   นำไปสู่การขยายการค้า การลงทุน การพัฒนามาตรฐานการครองชีพ และความกินดีอยู่ดีของประชาชนภายในประเทศสมาชิก
แม้การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซี่ยนเป็น AEC ภายในปี 2558 จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของชาติอาเซี่ยนในตลาดโลกก็ตาม แต่เมื่อมองลึกลงมาเฉพาะในประเทศไทยของเรา แน่หรือว่า AEC จะส่งผลแต่เฉพาะทางบวกให้กับเศรษฐกิจและสังคมของเราเท่านั้น
เนื่องด้วยมาตรการยกเลิกภาษีศุลกากรสินค้าระหว่างกัน  จะทำให้สินค้าจากประเทศสมาชิกอาเซี่ยนสามารถเข้ามาขายแข่งกับสินค้าไทยได้เท่าๆกับที่สินค้าไทยก็สามารถเข้าไปขายแข่งกับสินค้าท้องถิ่นของประเทศเหล่านั้น ทำอย่างไรผู้ประกอบการไทยจะยังรักษาฐานลูกค้าในประเทศไม่ให้หันไปใช้สินค้าและบริการจากประเทศสมาชิกอื่นๆ  และทำอย่างไรสินค้าและบริการของผู้ประกอบการไทยรวมถึงแรงงานฝีมือของไทยจะสามารถเข้าไปครองส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศเหล่านั้นได้อย่างมีนัยสำคัญทางเศรษฐกิจ
คำตอบแรกที่ทุกภาคส่วนพึงระลึกถึงก็คือคนไทย ผู้ประกอบการไทยสามารถสื่อสารกับประชากรของประเทศสมาชิกอื่นได้อย่างรู้เรื่องแค่ไหน  เพราะทุกชาติต่างมีภาษาประจำชาติของตนเอง ขณะที่คนไทยยังอ่อนด้อยเรื่องการใช้ภาษาที่เป็น working language of ASEAN  อย่างเช่นภาษาอังกฤษ จนไม่สามารถใช้งานได้ดีในชีวิตการทำงานซึ่งทำให้เสียเปรียบพลเมืองอาเซี่ยนชาติอื่นในตลาดแรงงาน
นอกจากนี้คนไทยยังไม่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ภาษาจีนกลางที่นับวันจะทวีบทบาทความเป็นภาษาสากลที่ใช้ในแวดวงการธุรกิจการค้า รวมถึงการไม่ใส่ใจเรียนรู้ภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน  ถ้ายังเป็นเช่นนี้จะแข่งขันกับพลเมืองอาเซี่ยนสัญชาติอื่นๆหรือจะเข้าไปทำมาหากินแข่งในตลาด AEC ซึ่งมีพลเมืองอาเซี่ยนรวมกันถึงเกือบ 600 ล้านคนได้อย่างไร
สิ่งที่ประกอบกันเป็นศักยภาพที่อ่อนด้อยของคนไทยและผู้ประกอบการ SMEs ไทยในสถานะของความเป็นพลเมืองอาเซี่ยนนั้น มีผู้รู้หลายต่อหลายท่านอาทิ ดร.สุรินทร์  พิศสุวรรณ  เลขาธิการอาเซี่ยน  รวมถึงคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา และ เอกอัคราชทูติไทยประจำ สปป.ลาว ได้แสดงทรรศนะไว้ในเวทีเสวนาหัวข้อ “พลเมืองไทยในประชาคมอาเซียน ด้านความพร้อมและคุณภาพ” ว่าเป็นเพราะ ระบบการศึกษาไทยตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ตอบโจทก์การเป็นพลเมืองประชาคมอาเซี่ยน   เพราะหลักสูตรการศึกษาของประเทศไทยให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เพียงเพื่อท่องจำ ไม่สามารถนำไปใช้พัฒนาประเทศได้
ทางออกคือต้องปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ ทุกมิติ ทุกภาคส่วน  รวมทั้งกำหนดยุทธศาสตร์เป้าหมายหลักสูตรการเรียนการสอนให้ชัดเจน        ต้องผลิตคนเพื่อตลาดอาเซี่ยน ต้องเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของคนไทย ของเยาวชนไทยอย่างเร่งด่วนที่สุดไม่ว่าจะเป็นด้านภาษาระหว่างประเทศ       หรือความรู้ความชำนาญในวิชาชีพ โดยเฉพาะแรงงานฝีมือระดับกลาง หรือ Technician ด้านต่างๆ ที่ไทยยังผลิตป้อนเข้าตลาดแรงงานไม่ทัน
นอกจากนี้จะต้องคัดสรรบุคลากรที่จะทำหน้าที่ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนนักศึกษาไทย โดยต้องผลิตครูอาจารย์ที่มีคุณภาพ เนื่องจากขณะนี้ระบบและทิศทางการศึกษาของไทยพัฒนาลดลง ไม่สามารถก้าวทันสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ  
ข้อสรุปผลกระทบจากการเปิด AEC ในธุรกิจ SMEs มีทั้งข้อดี คือ สินค้าของ SMEs ไทยจะสามารถขยายตลาดได้โดยเฉพาะสู่ตลาดประเทศที่สินค้าของเรามีคุณภาพดีกว่า แต่ข้อเสีย คือ ตลาดเหล่านั้นเป็นเวทีเปิดที่ชาติอื่นในประชาคมอาเซี่ยนก็เข้าไปแข่งขันได้สะดวกเช่นกัน รวมทั้งตลาดภายในประเทศไทยเองด้วย หาก SMEs ไทยไม่เร่งพัฒนาตัวเองให้มีบุคคลากรที่ใช้สามารถภาษาอังกฤษ  ภาษาจีนกลางในการดำเนินธุรกิจข้ามชาติได้อย่างคล่องแคล่ว และยังไม่เรียนรู้ภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน ให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง  จนถึงระดับสามารถรู้ไปถึงค่านิยม  รสนิยม วัฒนธรรมประจำชาติ และความต้องการของประชาชนในชาติเหล่านั้นแล้วไซร้ เราก็จะหาความต้องการของลูกค้าไม่เจอ และไม่สามารถตอบสนองในสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้  หากเป็นเช่นนี้ AEC ก็อาจกลายเป็นภัยต่อแรงงานไทย ต่อสินค้าและบริการของไทย  ต่อสภาพเศรษฐกิจไทย และท้ายสุดคือต่อสภาพสังคมไทย ดังนั้นการเร่งมือปรับตัวรองรับสถานการณ์แบบพึ่งพาตัวเองเสียก่อน อาจทันการกว่ารอการปฏิรูปทุกมิติจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว
ที่มา : นัทธมน  ภูมิไชย
สำนักประสานด้านการต่างประเทศ
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อ

วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การสร้างแบรนด์ในอินเตอร์เน็ต เพื่อเพิ่มยอดขายให้สินค้า eBay

     การโปรโมทเว็บไซต์ให้ได้ผลยืนยาวที่สุดหนีไม่พ้นการสร้างแบรนด์เพื่อให้คนรู้จักและ เกิดความมั่นใจต่อสินค้าหรือบริการของคุณ ในบทความที่ผ่านมาทางผู้เขียนได้เขียนไว้ในเรื่องของการโปรโมทเว็บไซต์ด้วยวิธีการต่างๆ โดยส่วนใหญ่เน้นไปทางด้านการสร้างลิงค์เพื่อทำอันดับที่สูงขึ้นใน seach engine อย่าง google มาในครั้งนี้เราจะมาเรียนรู้กันในเรื่องของการสร้างแบรนด์ในโลกอินเตอร์เน็ต ว่าเขาทำกันอย่างไร
     ทำไม เราจึงต้องสร้างแบรนด์ให้เกิด เพราะทุกวันนี้ต่างก็มีธุรกิจมากมายที่เปิดมาเหมือนดอกเห็ด ลูกค้าเองก็มีทางเลือกมากขึ้น ทำให้เราต้องหาทางพิชิตใจลูกค้าด้วยการทำให้ลูกค้านึกถึงชื่อร้านค้าของเรา ก่อนทุกครั้งเมื่อใดก็ตามที่ลูกค้าต้องการสินค้าที่เราได้ขา่ยอยู่ กลยุทธ์ การสร้างแบรนด์ของธุรกิจขนาดใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่สื่อที่ได้รับความนิยมอย่าง เช่นโทรทัศน์ ซึ่งต้องแลกกับค่าใช้จ่ายในการโฆษณาค่อนข้างสูง จึงไม่เหมาะนักหากเราทำร้านค้าออนไลน์เพื่อขายสินค้าสักชิ้นหรือหากเราเป็น ผู้ประกอบการรายใหม่ที่ยังไม่มีทุนหรือกำไรที่สูงมากพอทางเลือกในการสร้างแบ รนด์ผ่านอินเตอร์เน็ตนั้นเป็นทางเลือกที่ดีและได้ผลไวที่สุด


     เมื่อการสร้างแบรนด์ไม่ได้มีแค่เพียงสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์เท่านั้นที่มีผู้คนให้ความสนใจ แต่ปัจจุบันเราพบว่าเกือบทุกครอบครัวสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้เกือบ 100% หลายคนจึงมุ่งที่จะสร้างแบรนด์ให้เกิดขึ้นในอินเตอร์เน็ตเพื่อเพิ่มฐานลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น เราจะมาศึกษากันจากนี้ว่าการสร้างแบรนด์ในอินเตอร์เน็ตนั้นทำได้อย่างไร

ธุรกิจออนไลน์ใดบ้างที่ต้องสร้างแบรนด์ให้เกิดในโลกของอินเตอร์เน็ต
- ร้านค้าออนไลน์ต่างๆ เช่น ขายเสื้อผ้า เครื่องสำอาง และสินค้าอื่นๆ
- บริการต่างๆ เช่น ที่ปรึกษา การตลาด ลงโฆษณาออนไลน์ รับทำ รับจัดหา จัดสร้าง
- ขายตรง ธุรกิจเครือข่าย เว็บทีม เว็บสายงาน
- ร้านค้าหรือบริษัทที่่ต้องการขยายฐานลูกค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ต

     โดเมนมีส่วนสำคัญกับแบรนด์เป็นอย่างมากเพราะแบรนด์ไม่ได้หมายถึงแค่โลโก้ของ เว็บแต่มันยังหมายถึงสินค้า บริการ โดเมน รวมทั้งโลโก้ การจดโดเมนเพื่อนำมาใช้เป็นชื่อเว็บร้านค้าจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ชื่อต้องจำ ได้ง่าย ชื่อโดเมนอาจจะมีความหมายตรงกับสินค้าหรือบริการของคุณ ซึ่งจะำได้เปรียบคู่แข่งมากกว่าการตั้งชื่อโดยไม่มีความหมายที่ตรงกับ ชื่ีอสินค้าหรือบริการ การจดโดเมนเพื่อนำมาใช้ในการสร้างแบรนด์ชื่อโดเมนที่ดีต้องยาวไม่เกิน 2 - 3 คำ หลีกเลี่ยงการใช้ subdomain เป็นชื่อโดเมนร้านค้าเช่น http://yourname.xxxx.com เพราะจะทำให้ความน่าเชื่อถือดูลดลงในสายตาลูกค้าหน้าใหม่

Hosting หรือ Server ที่ใช้เป็นพื้นที่ในการสร้างเว็บไซต์
     โดยเราต้องดูให้ตรงกลุ่มด้วยว่าเราต้องการที่จะสร้างแบรนด์ในประเทศหรือต่าง ประเทศ ยกตัวอย่างหากเราต้องการสร้างแบรนด์ให้เกิดในประเทศไทย และฐานลูกค้าทั้งหมดเป็นคนไทย หากเราใช้บริการ Hosting หรือ Server ในสหรัฐอเมริกา ก็จะมีอุสรรคต่อการโหลดเข้าหน้าเว็บซึ่งจะช้ากว่าผู้ให้บริการที่มี Hosting อยู่ในประเทศไทย นั่นเพราะ Hosting ที่ตั้งอยู่ในประเทศจะมีการเข้าถึงไวกว่า และที่สำคัญ Hosting ต้องไม่ล่มบ่อยจนเกินไป เพราะสิ่งนี้จะกระทบต่อจิตใจลูกค้าเป็นอย่างมาก

สินค้าหรือบริการที่เน้นในการสร้างแบรนด์
     สินค้าที่โดดเด่น หรือบริการที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง สามารถนำมาผูกมัดใจลูกค้าได้ และยิ่งถ้าสินค้าหรือบริการนั้นมีปัจจัยสำคัญที่จำเป็นต้องซื้อใช้จะยิ่งส่งผลให้แบรนด์เกิดขึ้นได้ไม่ยาก

โลโก้ของเว็บและป้ายโฆษณา (Banner)
     ป้ายโฆษณาเน้นการออกแบบให้ดูเรียบง่ายและดึงดูดสายตา ข้อความโฆษณาเป็นสโลแกนสั้นๆ อ่านแล้วจดจำได้ง่าย ในส่วนของโลโก้ของเว็บไม่จำเป็นต้องเลิศหรูอลังการ แต่เน้นสีสัน ข้อความ หรือภาพที่ดูแล้วจำได้ทันทีว่านี่คือสินค้าหรือบริการของคุณ และหากคุณต้องโฆษณาออนไลน์ ให้นำภาพโลโก้แปะลงบนป้ายโฆษณา (Banner) ด้วยเพื่อให้ผู้พบเห็นแม้ไม่คลิกดูก็สามารถจดจำได้ ป้ายโฆษณาไม่จำเป็นต้องใช้ข้อความบรรยายยืดยาว เพราะนิสัยคนออนไลน์ส่วนใหญ่ไม่ชอบที่จะอ่านข้อความบนป้ายโฆษณาที่ยืดยาว เท่าไหร่นัก

โดเมนกับการสร้างแบรนด์
     การสร้างแบรนด์ในอินเตอร์เน็ตสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องให้ผู้คนสามารถจำโดเมนเว็บไซต์ของคุณได้อย่างขึ้นใจ และเมื่อพวกเขาคิดถึงบริการหรือสินค้าที่ตรงกับสินค้าของคุณ ตัวเลือกแรกก็คือชื่อร้านค้าของคุณที่ต้องเหมือนกันกับชื่อโดเมนเว็บไซต์ อย่างเช่น หากคนนึกถึงบริการเพิ่มลิงค์ ก็นึกถึง ThaiGetLink.com เป็นต้น
     ในช่วงแรกของการลงป้ายโฆษณากับเว็บไซต์ต่างๆ อาจจะยังไม่มีคนคลิกป้ายของคุณ มากเท่าไหร่นัก แต่เมื่อคนเห็นนานวันซ้ำไปซ้ำมาจะยิ่งชินตา และสักวันพวกเขาเหล่านั้นก็จะคลิกเข้ามาดูข้อมูลสินค้าหรือบริการในเว็บของ คุณด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่ต่างอะไรจากโฆษณาในโทรทัศน์ที่เมื่อเราเห็นโฆษณาในครั้งแรกเราก็ไม่ได้ สนใจอะไรมากเท่าไหร่ แต่เมื่อเห็นโฆษณาชิ้นเดิมบ่อยเข้า เราก็เกิดความสนใจ

ข้อมูลการติดต่อที่หน้าเว็บไซต์
     จำเป็นต้องมี เพราะสิ่งนี้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านของคุณมากกว่าการที่จะให้ ลูกค้าติดต่อแค่เพียงทางอีเมล์ สำหรับเบอร์โทรศัพท์ที่นำมาให้ลูกค้าติดต่อนั้น อาจไม่จำเป็นนักที่ต้องเอาเบอร์บ้าน สำนักงานมาให้บริการ เพราะโทรศัพท์มือถือก็สามารถนำมาให้บริการได้ เพียงแต่ลูกค้าโทรติดต่อ ต้องสามารถติดต่อได้อย่างรวดเร็วไม่ใช่โทรไปแล้วไม่มีคนรับ บ่อยเข้าความน่าเชื่อถือของร้านก็จะลดลงไปเรื่อยๆ ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล อาจจะเพิ่มเติมในส่วนของที่อยู่และแผนที่ลงไปด้วย

การออกแบบเว็บไซต์ที่ดูน่าเชื่อถือ
     เว็บไซต์ต้องดูดีและน่าเชื่อถือ ความกว้างที่เหมาะสมคือ 1024 พิกเซล สามารถดูได้อย่างสวยงามทุกเบราเซอร์ที่ใช้ในการรับชม เบราเซอร์หี่คนนิยมกัน ไม่ว่าจะ Firefox, internet explorer การที่ทำให้เว็บสวยงามดูน่าเชื่อถือ จะส่งผลดีในเรื่องของเครดิตการสร้างเว็บ ลองคิดถึงในมุมมองของคุณเองว่าหากสินค้าประเภทเดียวกัน ราคาใกล้เคียงกัน ระหว่างร้านค้าที่ใช้เว็บสำเร็จรูปตกแต่งร้านได้เละเทะ กับเว็บที่สร้างขึ้นอย่างสวยงามด้วยความปราณีต เป็นคุณอยากจะเข้าชมร้านไหนมากกว่ากัน?

พูดคุยกับลูกค้าอย่างสุภาพและอ่อนน้อม
     หัวใจของการสร้างแบรนด์จริงๆที่มัดใจลูกค้าได้เป็นอย่างดีก็คือการพูดคุยนี่ เอง ถ้าพูดคุุยดีตอบคำถามเรื่องสินค้าได้อย่างไม่ติดขัดก็สามารถทำให้ลูกค้ามั่น ใจในสินค้าหรือบริการได้มากยิ่งขึ้น

บริการหลังการขาย
     แม้ว่าสินค้าหรือบริการจะขายไปแล้ว เราก็ควรจะเอาใจใส่ต่อลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่ลูกค้าต้องการคำแนะนำในเรื่องของสินค้า นั่นเพราะลูกค้าเก่าที่เคยซื้อสินค้าจะเป็นหนึ่งในกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อน ให้ธุรกิจของคุณมีคนรู้จักเพิ่มมากขึ้นจากการบอกปากต่อปาก

ลดแลกแจกแถม
     เพื่อเป็นการดึงดูดกลุ่มลูกค้าให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น การลดแลกแจกแถมนี้ ต้องอาศัยช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยดูจากองค์ประกอบทั้งด้านเศรษฐกิจ ต้นทุน เทศกาล และปัจจัยอื่นๆ ด้วยกิจกรรมนี้จะช่วยให้ฐานของลูกค้าคุณเติบโตมากยิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งในการสร้างแบรนด์ให้กับธุรกิจในอินเตอร์เน็ตและเป็น การกระตุ้นยอดขายที่ไม่ต้องใช้ทุนทรัพย์ หรือยุ่งยากซับซ้อนจนเกินไป


*************************************************************************
ลองเข้าอบรม eBay ฟรี !! กับคอร์ส

“การขายสินค้าออนไลน์บน eBay (เบื้องต้น)"
ที่ eBay Lover Club  @ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สวนจตุจักร
**เรียนฟรี !! แบบไม่มีข้อผูกมัดใดๆ **
 ทุกวันพุธ  เวลา 18:00 - 20:00น.
ทุกวันเสาร์ เวลา 14:00-15:00 และ 18.00-20.00น.
พบกับเนื้อหา
>> ไขข้อข้องใจ กลไกลการสร้างรายได้จาก eBay
>> พบกลไกลการเปิดโอกาสธุรกิจสู่ตลาดโลกผ่านตลาดออนไลน์
>> นำเสนอหลักการคิด หลักการหารายได้จากธุรกิจออนไลน์
ผ่านเว็บขายของ eBay.com ในขั้นต้น
>> เขียน web ไม่เป็น-ภาษาอังกฤษไม่คล่อง ทำ eBay ได้ง่ายอย่างไร
eBay อีเบย์ eBay อีเบย์ eBay เบย์ eBay อีเบย์ eBay อีเบย์
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 
หรือ แจ้งสำรองที่นั่งเรียนอีเบย์ฟรี Free !
ได้ที่ คุณเยาวนิตย์ Tel. 090-8891750

วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การใช้งานและ ฟังก์ชั่น การค้นหาแบบ Best Match เพื่อให้สินค้าค้นหาเจอง่ายๆ ใน eBay (Part 1)

การใช้งานและ ฟังก์ชั่น การค้นหาแบบ Best Match (ตรงตามความต้องการที่สุด) 
     เพื่อแสดงสินค้าที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าที่ค้นหาและได้รับความนิยมสูงสุด Best Match มีเกณฑ์การพิจารณาต่างๆ หลายประการ เกณฑ์บางอย่างเหมือนกันกับสินค้าทุกหมวดหมู่และทุกรูปแบบการประกาศขาย แต่เกณฑ์บางอย่างก็เป็นเกณฑ์เฉพาะ
     การแปะขายสินค้าแบบประมูล (Auction-style) และแบบราคาตายตัว (Fixed Price) จะได้รับการจัดเรียงลำดับแยกจากกันตามเกณฑ์ที่เหมาะสมที่สุด จากนั้นจึงนำมารวมกันเพื่อให้ผู้ซื้อได้เห็นการแปะขายสินค้าทั้งสองประเภทในแต่ละหน้าของผลการค้นหาอย่างเหมาะสม
     ปัจจัยสำคัญที่นำมาพิจารณาเสมอ ไม่ว่าจะแปะขายแบบใด หรือขายสินค้าหมวดหมู่ใดนั่นก็คือ ประวัติการติดตามผู้ขาย การตั้งราคาที่ย่อมเยา (รวมค่าจัดส่ง) และความเกี่ยวข้องกับสินค้าที่แปะขายเมื่อเทียบกับสิ่งที่ผู้ซื้อต้องการค้นหา

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด 7 ประการเพื่อให้ Best Match ทำงานให้คุณในรูปแบบการแปะขายทุกรูปแบบ:
1. ราคาที่ย่อมเยา แข่งขันกับผู้อื่นได้
     ราคาสินค้าเป็นสิ่งสำคัญในการแปะขายสินค้าแบบราคาตายตัว (Fixed Price) เมื่อเป็นเรื่องราคา การ "ตั้งราคาไว้แล้วก็ปล่อยๆ ไป" คงเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ดีแน่ สังเกตผลกระทบของราคาที่มีต่อสถานะของคุณอย่างใกล้ชิด และปรับราคาตามที่จำเป็นเพื่อขึ้นสู่ตำแหน่งที่ดีกว่า
คำแนะนำด่วน: ดูคู่แข่งที่ใกล้เคียงกับคุณที่สุดทั้งในและนอก eBay เพื่อสังเกตการตั้งราคาสินค้าที่คล้ายกับของคุณ ผู้ซื้อรู้วิธีการค้นหาสินค้าที่มีราคาเหมาะสมที่สุด

2. เอาใจใส่เรื่องความพึงพอใจของลูกค้า
  • รับสถานะ Top-rated Seller (ผู้ขายชั้นเยี่ยม) ของ eBay เพื่อเป็นรางวัลในการให้บริการที่ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง Top-rated Seller ของ eBay จะได้รับโอกาสที่สินค้าของตนจะปรากฏในตำแหน่งที่ดีกว่าเมื่อค้นหาด้วยวิธี Best Match เมื่อแปะขายแบบราคาตายตัว (Fixed Price) ซึ่งสร้างได้เปรียบในการขายอย่างมาก นอกจากนี้ ผู้ซื้อจะเห็นตราสัญลักษณ์สถานะถัดจากการแปะขายสินค้าในผลการค้นหาและหน้าข้อมูลสินค้า  โปรดทราบว่าสถานะ Top-rated Seller ไม่เป็นการรับรองว่าการแปะขายสินค้าของคุณจะปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่าการแปะสินค้าที่ชัดเจนกว่าหรือมีราคาถูกกว่าซึ่งแปะโดยผู้ขายอื่นที่ไม่มีสถานะ Top-rated แต่เมื่อทุกอย่างทัดเทียมกัน คุณจะได้เปรียบมากกว่า
  • ให้บริการตามมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับผู้ขายทุกคนของ eBay หรือทำให้ดีกว่า ถ้าคุณให้บริการต่ำกว่ามาตรฐาน การแปะขายสินค้าทั้งแบบราคาตายตัวและแบบประมูลในผลการค้นหาจะอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่า ใช้แดชบอร์ดผู้ขายของคุณเพื่อติดตามสถานะอย่างใกล้ชิด และทำการปรับปรุงตามข้อมูลที่ได้รับ
  • การไม่เก็บค่าจัดส่ง ยังช่วยให้การแปะขายแบบราคาตายตัวมีตำแหน่งที่ดีขึ้นในผลการค้นหาสินค้าบางหมวดหมู่ โปรดทราบว่าการแปะขายสินค้าแบบประมูลจะไม่ได้รับประโยชน์จากการงดเว้นค่าจัดส่ง แต่ไม่ว่าจะเป็นการแปะขายในรูปแบบใดก็ตาม การงดเว้นค่าจัดส่งจะทำให้คะแนน Detailed Seller Ratings (DSR) ในหัวข้อค่าจัดส่งเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยควบคุมสำคัญในการรักษาสถานะ Top-rated Seller ค่าจัดส่งที่แพงเกินไปจะทำให้การแปะขายสินค้าทั้งแบบราคาตายตัวและแบบประมูลอยู่ในตำแหน่งผลการค้นหาที่ต่ำลง
3. เขียนชื่อสินค้าให้มีประสิทธิภาพ
  • คำค้นหาที่เหมาะสมจะทำให้การแปะขายสินค้าของคุณปรากฏอยู่หน้าผู้ซื้อที่สนใจ และเพิ่มยอดขายมากยิ่งขึ้น ตามที่ปฏิบัติกันทั่วไปนั้น ควรระบุข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของคุณและอย่าเขียนคำค้นหาที่ไม่เกี่ยวข้อง:
  • ใช้คำค้นหาหลายคำที่อธิบายสินค้าได้อย่างชัดเจนว่าคุณต้องการขายอะไร ใช้ตัวอักษรให้ครบ 55 ตัว
  • ระบุแบรนด์ ศิลปิน หรือนักออกแบบสินค้าของคุณด้วย แต่อย่าระบุแบนด์มากเกินไป และอย่าระบุการใช้งานที่เป็นไปได้ทั้งหมด นำชื่อแบรนด์และการใช้งานลงไปเขียนในหัวเรื่องย่อย หรือแยกไปเป็นการแปะขายหลายๆ รายการ โดยแต่ละรายการระบุแบรนด์หรือการใช้งานเพียงสองสามแบบเท่านั้น
  • ระบุคุณสมบัติเฉพาะของสินค้า ตัวอย่างเช่น หากขายรองเท้า ให้ระบุขนาด สี และสภาพสินค้า
  • ระบุให้ชัดเจนว่าสินค้าของคุณคืออะไร แม้ว่าชื่อสินค้าจะเหมือนกับหมวดหมู่สินค้าก็ตาม
  • สะกดคำให้ถูกต้อง
  • ไม่ต้องใช้เครื่องหมายวรรคตอนและดอกจัน
  • พยายามอย่าใช้คำที่ไม่จำเป็นเช่น "wow" หรือ "look" ผู้ซื้อไม่ค้นหาคำเหล่านี้อยู่แล้ว
4. แปะขายสินค้าในหมวดหมู่ที่ถูกต้องซึ่งตรงกับการแปะขายสินค้าของคุณที่สุด
     ถ้าคุณแปะขายสินค้าในสองหมวดหมู่ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสินค้าของคุณนั้นมีความเหมาะสมและสามารถขายในทั้งสองหมวดหมู่ได้


5. ระบุคุณสมบัติเฉพาะของสินค้าให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้

อธิบายคุณสมบัติ คุณลักษณะ และสภาพสินค้าโดยใช้ตัวเลือกคุณสมบัติเฉพาะที่ eBay ได้เตรียมไว้ให้ หรือกำหนดค่าเหล่านี้ด้วยตนเอง เช่น: ถ้าสินค้าของคุณเป็นสินค้าใหม่แต่คุณไม่ได้ระบุไว้ ผู้ซื้อที่จำกัดผลการค้นหาเฉพาะสินค้าใหม่จะไม่เห็นการแปะขายสินค้าของคุณ
     เนื่องจากสภาพสินค้าเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญที่สุดที่ผู้ซื้อสินค้าบน eBay พิจารณา อย่าลืมให้ข้อมูลสภาพสินค้าโดยใช้คุณสมบัติเฉพาะของสินค้า


6.ใช้รายละเอียดสินค้าจากแคตาล็อกของเรา

  รายละเอียดสินค้าช่วยให้คุณสร้างคำอธิบายการแปะขายสินค้าที่สมบูรณ์ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่สามารถมองเห็นได้และสะดวกต่อการรับชม เมื่อคุณใช้รายละอียดสินค้าในการแปะขาย:
การแปะขายจะง่ายยิ่งขึ้นและคำอธิบายจะครบถ้วนสมบูรณ์ ข้อมูลยังปรากฏบนหน้ารายละอียดสินค้า ทำให้ผู้ซื้อค้นพบการแปะขายสินค้าของคุณง่ายขึ้น


7. รวมกลุ่มสินค้าที่เหมือนกันเข้าเป็นการแปะขายราคาตายตัวรายการเดียวแบบหลายชิ้นหรือการแปะขายแบบรายการเดียวแต่มีสินค้าหลายแบบให้เลือก
     คุณสามารถแปะขายสินค้าหลายชิ้นที่มี่ลักษณะเหมือนกันได้ โดยรวมเข้าเป็นการแปะขายสินค้าแบบราคาตายตัวรายการเดียว เมื่อคุณแปะขายสินค้าแบบราคาตายตัว ถือว่าคุณได้ระบุราคา Buy It Now สำหรับสินค้าแต่ละชนิดแล้ว ผู้ซื้อสามารถซื้อสินค้าของคุณได้ทันทีโดยไม่ต้องประมูลและรอให้การประมูลสิ้นสุดลง
     เมื่อขายสินค้าหลายชิ้นด้วยราคาตายตัว การเลือกระยะเวลาแปะขายที่นานขึ้นจะต้องใช้ค่าธรรมเนียมแพงขึ้นตั้งแต่ 10 วัน, 30 วัน หรือแปะขายจนกว่าจะยกเลิก
     คุณสามารถสร้างการแปะขายที่มีสินค้าหลากหลายรูปแบบได้หากคุณต้องการมอบทางเลือกในการแปะขายสินค้าประเภทเดียวกันเช่นเสื้อยืดที่มีขนาดหรือสีหลากหลายแบบ การแปะขายที่มีหลากหลายรูปแบบนี้กระทำได้เฉพาะในรูปแบบราคาตายตัวเท่านั้น
ข้อได้เปรียบบางประการของการสร้างการแปะขายสินค้าที่มีหลากหลายรูปแบบ:
คุณไม่จำเป็นต้องสร้างการแปะขายสินค้าแยกต่างหากสำหรับสินค้าแต่ละแบบ ช่วยประหยัดเวลาและเงิน ผู้ซื้อจะได้รับความสะดวกในการเลือกสินค้าแต่ละแบบโดยไม่ต้องค้นหาสินค้าจากผลการค้นหาจำนวนมาก  
     คุณสามารถติดตามคลังสินค้าแต่ละชนิดเพื่อไม่ให้ของหมด ในขณะนี้คุณสามารถแปะขายสินค้าหลากหลายรูปแบบได้กับสินค้าในหมวดหมู่เสื้อผ้า รองเท้าและเครื่องประดับ, บ้านและสวน และอื่นๆ อีกมากมาย ดูว่าสินค้าหมวดหมู่ของคุณสามารถแปะขายแบบหลากหลายรูปแบบได้หรือไม่.
อ่านต่อตอนที่ 2 :  คลิกที่นี่

วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เรื่องที่ต้องรู้ .. ปรับตัวเพื่อรับมือกับตลาด AEC ของคนทำงาน ก่อนจะสาย

     อีกไม่กี่ปี นับจากเวลาที่คุณอ่านบทความนี้ .. คน ASEAN กว่า 650 ล้านคนในชาติสมาชิก ASEAN กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาของการปรับตัว และคุณเองก็คือ 1 ในนั้น
     ดังนั้น การเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC แน่นอนว่ามีทั้งโอกาสและอุปสรรคในเวลาเดียวกัน ขณะนี้ก็เริ่มจะเห็น ถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยในทุกภาคส่วน ที่ต้องตื่นตัวเตรียมพร้อมการเปิดรับ AEC ในอีก 3 ปีข้างหน้า
     เรื่องของตลาดแรงงาน เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคนทุกกลุ่มทุกสาขาอาชีพ เราจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม โดยเริ่มจากกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ที่ต้องออกมาแข่งขันหางานทำกับคนต่างชาติต่างภาษา และต้องอยู่กับนายจ้างที่ไม่ใช่คนไทยอีกจำนวนมาก
     “เรื่องต้องรู้” จึงมีคำแนะนำสำหรับนักศึกษาให้เตรียมพร้อมรับมือกับการเข้าสู่ AEC สิ่งแรก ต้องสนใจ ทำความเข้าใจ และตระหนักถึงการอยู่ร่วมในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพราะเมื่อ AEC เริ่มต้นขึ้น ความหลากหลายทางวัฒนธรรมคนต่างชาติ ต่างภาษาจะเข้ามาปะปนอยู่ในประเทศเรามากขึ้น จึงต้องปรับทัศนคติ และต้องตระหนักถึงความเป็นชาติมากขึ้น
     สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ต้องเร่งพัฒนาตัวเองให้มีวินัย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รับผิดชอบ มุ่งเน้นความสามารถในกระบวนการเรียนรู้อย่างมีเป้าหมาย มีระบบ และรู้เท่าทันสถานการณ์ ต้องสร้างความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น และปรับตัวเองให้เข้ากับคนต่างชาติต่างวัฒนธรรม เพื่อโอกาสในการหางานทำที่ดี
     
     สำคัญอีกด้านคือการใช้ภาษาอังกฤษ ต้องยอมรับว่าเรื่องภาษาเป็นจุดด้อยของประเทศเรา เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือแม้แต่ฟิลิปปินส์ ที่มีศักยภาพการใช้ภาษาอังกฤษได้ดี เมื่อเราก้าวเข้าสู่ AEC ตลาดแรงงานจะเปิดกว้างทันที คนอีก 9 ชาติที่เป็นสมาชิก AEC จะเดินทางมาทำงานประเทศไหนก็ได้ง่ายกว่าเดิม แน่นอนว่าตำแหน่งงานในไทยจะถูกแย่งไปโดยชาวต่างชาติมากขึ้น และถ้าเราไม่พัฒนาตัวเอง สื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ โอกาสหางานทำยิ่งยากลำบาก
     เมื่อรู้แบบนี้แล้ว เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เร่งเพิ่มทักษะด้านภาษาอังกฤษให้มากขึ้น ให้สามารถสื่อสารได้ และต้องสร้างโอกาสเรียนรู้ทุกด้านไปพร้อมกันเพราะในอนาคตสังคมไทยจะอยู่แค่ความสามารถอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีความเข้าใจในด้านต่าง ๆ ด้วย 
     การฝึกฝนตนให้พร้อมจะก้าวไปสู่ตลาดงานในอนาคต นอกจากตัวนักศึกษาเองแล้ว สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ต้องสอดแทรกความรู้เรื่อง AEC และสอนการใช้ภาษาอังกฤษให้เข้มข้นขึ้นด้วย ยิ่งปีนี้ก็ถือเป็นโอกาสทองของนักศึกษา ที่ภาครัฐจัดให้เป็น “ปีแห่งการพูดภาษาอังกฤษ English Speaking Year 2012” ก็ต้องรีบฉวยโอกาสนี้เรียนรู้ ฝึกให้เกิดการเคยชินในการใช้ภาษาอังกฤษ อาจเริ่มจากครอบครัว เพื่อนฝูง คนใกล้ชิด ก็ยังไม่สายที่จะเรียนรู้
     การเตรียมการรับ AEC ยังมีอีกมากมายหลายด้าน ทุกกลุ่มสาขาอาชีพ อย่ามองว่าเป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป รีบเรียนรู้ทำความเข้าใจตั้งแต่วันนี้ นับเป็นความพยายามที่ดี ที่จะผลักดันและสร้างสังคมไทยให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

     การเปิดเสรีแรงงานในกลุ่มประเทศอาเซียนในปี 2558 มีผลให้แรงงานใน 7 สาขาวิชาชีพ ได้แก่ งานทันตแพทย์ งานแพทย์ งานพยาบาล งานบัญชี งานวิศวกรรม งานสถาปัตยกรรม และงานการสำรวจสามารถโยกย้ายได้อย่างเสรี เมื่อแรงงานในประเทศและนอกประเทศสามารถโยกย้ายเข้าออกได้อย่างเสรีแล้ว HR ผู้มีหน้าที่ใน การบริหารงานบุคคล ต้องมีการปรับตัวอย่างไรบ้าง สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนี้ องค์กรข้ามชาติอาจเข้ามาแย่งพนักงานของคุณ หรือองค์กรคุณเองอาจเปิดรับชาวต่างชาติเข้ามาทำงาน จึงควรมีการปรับกระบวนการทำงาน ปรับตัวทางด้านวัฒนธรรม พัฒนาทักษะใน งาน HRพัฒนาศักยภาพของบุคลากรของเราให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมทั้งการรักษาคนเก่งไม่ให้สมองไหลออกไปยังต่างประเทศด้วย

สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ได้กล่าวถึงทักษะความรู้ที่ HR ต้องพัฒนาเพื่อรับมือ AEC ไว้ดังนี้
ทักษะด้านภาษา
โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นทั้งโอกาส และอุปสรรคสำคัญของคนไทยในการแข่งขันกับคู่แข่ง องค์กรจึงควรมีการพัฒนาบุคลากรในด้านภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง เพื่อให้มีศักยภาพทัดเทียมคู่แข่ง และสามารถสื่อสารกับลูกค้าที่เป็นบริษัทข้ามชาติได้อย่างราบรื่น
กระบวนการทำงาน
หลายฝ่ายในองค์กรอาจต้องมีการปรับปรุงกระบวนการทำงาน ส่งผลให้ตำแหน่งงานและคุณสมบัติของคนทำงานเปลี่ยนไป ซึ่ง HR จะมีส่วนร่วมในการดูแลพนักงานให้สามารถทำงานได้อย่างมีศักยภาพเหมาะสมกับตำแหน่งนั้น ๆ
วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
เมื่อต่างชาติเข้ามาในไทย เขาจะนำเอาวัฒนธรรมบางอย่างเข้ามาด้วย พนักงานจำเป็นต้องเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเชื้อชาติ ศาสนา หรือแม้แต่ความคิด และความเชื่อที่แตกต่างกัน
วัฒนธรรมขององค์กร
เมื่อกลายเป็นองค์กรแบบ Multi-Culture อาจมีวัฒนธรรมองค์กรบางอย่างที่ต้องปรับเปลี่ยนเนื่องจากเป็นอุปสรรคในการทำงานร่วมกันของคนหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม เช่น การจ่ายผลตอบแทน หรือการเลื่อนตำแหน่ง ที่มองตามความอาวุโส แม้คนไทยส่วนใหญ่จะชอบให้เป็นเช่นนั้น แต่เมื่อเปิดการค้าเสรีแล้ววัฒนธรรมนี้จะทำให้คนเก่งแต่อาวุโสน้อยหนีหายไปจากองค์กรได้
ที่มา : คอลัมน์ HR Talks จดหมายข่าวรายเดือน Productivity Corner เมษายน 2555 สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ และ bugabootv 22 มิ.ย 2012 


*************************************************************************
พบทุกเทคนิคทำเงินล้านบาท
Free !  

ลองเข้าอบรม eBay ฟรี !! กับคอร์ส


เปิดโอกาสธุรกิจสู่ตลาดโลกให้รวยด้วย Ebay (เบื้องต้น)"
ที่ EBay Lover Club  @ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สวนจตุจักร
**เรียนฟรี !! แบบไม่มีข้อผูกมัดใดๆ **

 ทุกวันพุธ  เวลา 18:00-20:00น.
ทุกวันเสาร์ เวลา 14:00-15:00 และ 18.00-20.00น.

Ebay Lover Club Thailand (ชมรมคนรักอีเบย์) 
ขอเชิญคุณร่วมรับฟังและสนทนากับทีมอาจารย์ผู้สอน
นำโดยอาจารย์ไพรัช ศรีนครินร์ 
ผู้ที่ผ่าน Certified เป็น Instructor จาก Ebay Universtity USA
และมีประสบการณ์จริงอันมากมาย
จนสร้างยอดขายได้ล้านกว่าบาทต่อเดือน              
พร้อมทีมกูรูที่คร่ำหวอดในวงการ Ebay เพื่อเปิดมุมมองการทำธุรกิจออนไลน์
สู่ตลาดโลกและพบกับสินค้าไทยๆ อีกหลายรายการที่ขายดีและมีกำไรงาม
จนสร้างรายได้หลักแสนจนถึงหลักล้านต่อเดือน

พบกับเนื้อหา
>> ไขข้อข้องใจ กลไกลการสร้างรายได้จาก Ebay
>> พบกลไกลการเปิดโอกาสธุรกิจสู่ตลาดโลกผ่านตลาดออนไลน์
>> นำเสนอหลักการคิด หลักการหารายได้จากธุรกิจออนไลน์
ผ่านเว็บขายของ Ebay.com ในขั้นต้น
>> เขียน web ไม่เป็น-ภาษาอังกฤษไม่คล่อง ทำ Ebay ได้ง่ายอย่างไร
eBay อีเบย์ eBay อีเบย์ eBay อีเบย์ eBay อีเบย์ eBay อีเบย์
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 
หรือ แจ้งสำรองที่นั่งเรียนอีเบย์ฟรี Free !
ได้ที่ คุณเยาวนิตย์ Tel. 090-8891750
เพียงแจ้งกับเรา ว่าคุณรุ้จักเราจาก web blog นี้ .. รับสิทธิ์เข้าเรียนฟรี ทันที !




บทความที่ได้รับความนิยม

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
อาคารเจเจเอาท์เลท ชั้น 3 ถ.กำแพงเพชร 2, ภาคกลาง, Thailand
สถาบันฝึกอบรมการสร้างธุรกิจส่งออกด้วยระบบออนไลน์แบบครบสูตร ผ่านเว็บขายสินค้า อีเบย์ ด้วยการสอนที่แตกต่าง และเน้นให้ท่านทำได้จริง-เห็นผลเร็ว โดยอาจารย์ผู้ผ่าน certified เป็น Instructor จาก Ebay USA (eBay Education Specialist) รวมถึงทีมอาจารย์ ที่พร้อมจะมาเป็นโค้ชใ ห้คำแนะนำแก่ท่านตลอดการอบรม

บรรยากาศการเรียน

บรรยากาศ workshop

ตารางอบรมสำหรับนักเรียนของ ชมรมคนรักอีเบย์

เนื้อหา ความรู้ และกิจกรรมในช่วงระยะเวลา 6 เดือน

- วันแรกของการเรียน จะเป็นการเรียนรู้แนวคิด และเทคนิคที่สำคัญ เช่น

· เทคนิคการค้นหาสินค้า และการวิเคราะห์หาสินค้าขายดี เมื่อจบวันนี้จะได้รายชื่อสินค้าขายดีจำนวนมาก

· เทคนิคการตั้งราคาสินค้า

· เทคนิคการเขียนคำอธิบายสินค้าให้ถูกใจลูกค้า และติดอันดับดีๆ

· แนวคิดในการดูแลลูกค้า รวมทั้งการจัดการเมื่อเกิดปัญหากับลูกค้า

· Drop Ship เบื้องต้น

· การแก้ไขปัญหาสำหรับการลงทะเบียนเปิดบัญชีต่างๆ

· เมื่อจบวันแรก ผู้เรียนจะได้รายชื่อสินค้าขายดี รวมทั้งแนวคิดและเทคต่างๆ ที่สามารถนำไปเริ่มใช้ได้ทันที

- วันที่ 2 จนกระทั่งครบ 6 เดือน ในช่วงนี้จะเรียกว่าการ Workshop เป็นการเรียนแบบฝึกปฏิบัติจากงานจริง โดยมีทีมงานของอาจารย์คอยให้ทำปรึกษา และช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

· การลงทะเบียนเปิดร้าน, ลงทะเบียน Paypal สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน หรือผู้ที่ติดปัญหาจากวันแรก

· การให้คำปรึกษาในการแก้ไขปัญหาต่างๆ สำหรับบัญชีเก่าที่เกิดปัญหา

· การให้คำปรึกษาในการแก้ไขปัญ Suspend, Limit ในการลงสินค้า

· สอนหรือแนะนำการบรรจุ และห่อสินค้าที่จะจัดส่งให้ลูกค้า

· ให้คำปรึกษาในการจัดส่งสินค้าที่ประหยัดที่สุด สำหรับสินค้าแต่ละชนิด

· เรียนซ้ำ หรือทบทวนเทคนิค หรือแนวคิดต่างๆ ที่ยังไม่เข้าใจในวันแรก

· สอนเทคนิคการถ่ายภาพสินค้าให้สวย

· สอนเทคนิคการตกแต่งรูปภาพ

· กิจกรรมพาทัวร์ซื้อสินค้าเพื่อนำไปลงประมูลขาย สำหรับมือใหม่

· สอนทบทวน Drop Ship เบื้องต้น

· สอนการทำ Drop Ship ขั้นสูง และเทคนิคการหาสินค้าและ Supplier ผู้ผลิตสินค้า

· สอนเทคนิคการโปรโมทสินค้า สำหรับผู้ประกอบการที่นำสินค้าเข้ามาขายภายในประเทศ

· Update เทคนิคหรือความรู้ใหม่ๆ

· การให้คำปรึกษา แก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่านักเรียนทุกคนจะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

ฯลฯ


** ชมรมคนรักอีเบย์ เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 18.00 น. ยกเว้นวันพฤหัสบดี **

ภาคปฏิบัติที่เปิดสอนทุกวัน
10.30 – 12.30 ลงทะเบียน
eBay&PayPal + ซื้อสินค้าชิ้นแรก

13.30 – 15.30 เก็บข้อมูลลูกค้า + Packing

15.30 – 17.30 ลงสินค้าชิ้นแรก + ถ่ายรูป

Calendar Workshop Ebay Lover Club